ข้ามไปยังเนื้อหา
ความรู้ด้านความปลอดภัย กันยายน 22, 2026 อ่านประมาณ 11 นาที

ซ้อมอพยพหนีไฟอย่างไรให้ถูกต้อง? ขั้นตอนสำคัญที่พนักงานทุกคนควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริง

ซ้อมอพยพหนีไป

การซ้อมอพยพหนีไฟอาจดูเป็นกิจกรรมที่หลายคนคุ้นเคย บางคนเคยซ้อมทุกปีจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้จริง สถานการณ์จะต่างจากการซ้อมมาก ทั้งเสียงสัญญาณเตือน ควัน ความร้อน ความมืด ความตื่นตกใจ และคนจำนวนมากที่พยายามออกจากพื้นที่พร้อมกัน

เพราะฉะนั้น เป้าหมายของการซ้อมอพยพหนีไฟไม่ใช่แค่ “เดินออกจากอาคารให้ครบ” แต่คือการทำให้ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง รู้เส้นทางที่ปลอดภัย รู้ว่าต้องไปที่ไหน และสามารถปฏิบัติตัวได้โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเมื่อเกิดเหตุจริง

ทำไมต้องซ้อมอพยพหนีไฟ?

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือเวลา

หากพนักงานไม่เคยรู้ว่าเสียง Fire Alarm เป็นแบบไหน ไม่รู้ว่าบันไดหนีไฟอยู่ตรงไหน หรือไม่รู้ว่าจุดรวมพลของตัวเองอยู่ที่ใด เพียงไม่กี่นาทีแรกก็อาจเกิดความสับสนได้แล้ว

การซ้อมอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ทุกคนเกิดความคุ้นเคยกับขั้นตอน และยังช่วยให้องค์กรตรวจพบปัญหาที่อาจมองไม่เห็นในวันทำงานปกติ เช่น

  • ประตูหนีไฟเปิดไม่ได้
  • ทางหนีไฟมีสิ่งของกีดขวาง
  • ป้าย EXIT มองเห็นไม่ชัด
  • เสียงสัญญาณเตือนดังไม่ทั่วถึง
  • พนักงานบางส่วนไม่รู้จุดรวมพล
  • การตรวจนับคนใช้เวลานาน
  • ไม่มีผู้รับผิดชอบช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

ดังนั้น การซ้อมที่ดีจึงเป็นทั้งการฝึก “คน” และการทดสอบ “ระบบความปลอดภัย” ไปพร้อมกัน

1. เมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัย ให้หยุดกิจกรรมและตั้งสติ

เมื่อได้ยินสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ หรือได้รับคำสั่งให้อพยพ สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดกิจกรรมที่กำลังทำ ตั้งสติ และเตรียมออกจากพื้นที่ตามแผนที่กำหนดไว้

อย่าคิดว่า “คงเป็นแค่การซ้อม” แล้วนั่งทำงานต่อ เพราะพฤติกรรมที่ทำระหว่างการซ้อมมักกลายเป็นพฤติกรรมอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุจริง

ทุกคนจึงควรรู้ว่าเสียงเตือนของอาคารหรือสถานประกอบการของตัวเองเป็นอย่างไร และเมื่อได้ยินแล้วต้องปฏิบัติอะไรเป็นอันดับแรก

2. ปิดเครื่องจักรหรือแหล่งพลังงานเฉพาะเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย

ในบางพื้นที่ เช่น โรงงาน ห้องปฏิบัติการ หรือพื้นที่ที่มีเครื่องจักร อาจมีขั้นตอนให้ผู้รับผิดชอบปิดเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า หรือแหล่งพลังงานบางส่วนก่อนอพยพ

แต่หลักสำคัญคือ อย่าเสี่ยงชีวิตเพื่อกลับไปปิดอุปกรณ์

หากไฟหรือควันอยู่ใกล้ตัว หรือสถานการณ์ไม่ปลอดภัย ให้รีบอพยพทันที การช่วยลดความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความปลอดภัยของคนต้องมาก่อนเสมอ

3. ใช้ทางหนีไฟหรือทางออกฉุกเฉินที่กำหนด

เมื่อเริ่มอพยพ ให้เดินไปตามเส้นทางหนีไฟและป้าย EXIT ที่กำหนดไว้

ไม่ควรวิ่ง เบียด หรือแซงกัน เพราะอาจทำให้มีคนล้มและเกิดการเหยียบกันได้ โดยเฉพาะบริเวณประตู ทางแคบ และบันได

อีกเรื่องที่สำคัญคือ ไม่ควรใช้ลิฟต์ในการอพยพหนีไฟ เพราะไฟฟ้าอาจดับ ลิฟต์อาจหยุดทำงาน หรือประตูอาจเปิดไปยังชั้นที่มีควันหรือเพลิงไหม้

พนักงานควรรู้ทางหนีไฟมากกว่าหนึ่งเส้นทาง เพราะในเหตุจริง ทางที่เราใช้เป็นประจำอาจไม่สามารถใช้งานได้

4. หากมีควัน ให้ก้มต่ำและออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดอย่างปลอดภัย

ควันเป็นหนึ่งในอันตรายสำคัญของเหตุเพลิงไหม้ เพราะอาจทำให้หายใจลำบาก มองไม่เห็นทาง และหมดสติได้

หากพบควันระหว่างการอพยพ ควรก้มตัวต่ำและเคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง เนื่องจากบริเวณใกล้พื้นอาจมีควันน้อยกว่าบริเวณด้านบนในบางสถานการณ์

สามารถใช้ผ้าช่วยปิดจมูกและปากชั่วคราวได้ แต่ไม่ควรเข้าใจว่าผ้าสามารถป้องกันควันหรือก๊าซอันตรายได้ทั้งหมด เป้าหมายหลักคือออกจากพื้นที่อันตรายให้เร็วที่สุด

หากเส้นทางข้างหน้ามีควันหนาแน่นมาก อย่าฝืนเดินเข้าไปโดยไม่ประเมินทางออกอื่น

5. ช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือตามแผน

ในอาคารอาจมีผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้บาดเจ็บ หญิงตั้งครรภ์ ลูกค้า ผู้มาติดต่อ หรือพนักงานใหม่ที่ยังไม่รู้เส้นทางอพยพ

องค์กรจึงควรกำหนดผู้ช่วยเหลือหรือ Buddy ไว้ล่วงหน้า และควรซ้อมสถานการณ์เหล่านี้จริง

อย่างไรก็ตาม ผู้ช่วยเหลือต้องไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย หากไม่สามารถเข้าช่วยได้อย่างปลอดภัย ให้แจ้งข้อมูลตำแหน่งแก่ผู้ควบคุมเหตุหรือทีมฉุกเฉินทันที

6. ออกจากอาคารแล้วให้ตรงไปยังจุดรวมพล

เมื่อออกจากอาคารแล้ว อย่าหยุดยืนอยู่หน้าประตูหรือบริเวณทางเข้า เพราะอาจขวางคนที่กำลังอพยพออกมา รวมถึงรถดับเพลิงและทีมฉุกเฉิน

ให้เดินไปยัง จุดรวมพล หรือ Assembly Point ที่กำหนดไว้ทันที

เมื่อถึงจุดรวมพล ควรอยู่กับแผนกหรือทีมของตัวเอง เพื่อให้ผู้รับผิดชอบตรวจนับจำนวนคนได้ง่าย

ไม่ควรเดินกลับไปที่รถ ออกไปซื้อของ หรือออกจากพื้นที่โดยไม่แจ้ง เพราะอาจทำให้ผู้ตรวจนับเข้าใจว่ายังมีคนติดอยู่ภายในอาคาร

7. ตรวจนับจำนวนคนและรายงานผู้สูญหายทันที

การตรวจนับคนเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดหลังการอพยพ

หัวหน้างานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายควรตรวจสอบว่าพนักงานในทีมออกมาครบหรือไม่ และควรรวมถึงผู้รับเหมา ลูกค้า หรือผู้มาติดต่อที่อยู่ภายในพื้นที่ด้วยถ้าองค์กรมีระบบรองรับ

หากพบว่ามีคนหาย อย่าวิ่งกลับเข้าไปค้นหาเอง

ให้แจ้งผู้ควบคุมเหตุโดยเร็ว พร้อมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น

ชื่อผู้สูญหาย อยู่แผนกใด พบครั้งสุดท้ายที่ไหน และมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตำแหน่งที่อาจอยู่ภายในอาคาร

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมที่ได้รับการฝึกและมีอุปกรณ์เหมาะสมวางแผนช่วยเหลือได้ดีกว่า

8. ห้ามกลับเข้าอาคารจนกว่าจะได้รับอนุญาต

แม้จะไม่เห็นควันหรือเปลวไฟแล้ว ก็ไม่ควรกลับเข้าอาคารด้วยตัวเอง

ภายในอาคารอาจยังมีความร้อน ควัน ไฟที่ซ่อนอยู่ ระบบไฟฟ้าที่เสียหาย หรือโครงสร้างบางส่วนที่ไม่ปลอดภัย

ทุกคนควรรออยู่ที่จุดรวมพลจนกว่าจะได้รับคำสั่งจากผู้รับผิดชอบหรือเจ้าหน้าที่ว่าอนุญาตให้กลับเข้าอาคารได้

การซ้อมอพยพหนีไฟอาจดูเป็นกิจกรรมที่หลายคนคุ้นเคย บางคนเคยซ้อมทุกปีจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา

สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างอพยพหนีไฟ

มีหลักง่าย ๆ ที่ควรจำไว้ ได้แก่

อย่าวิ่งแตกตื่น เพราะอาจชนหรือล้มกัน

อย่าย้อนกลับไปเก็บของ โทรศัพท์ กระเป๋า Laptop หรือของส่วนตัวสามารถหาใหม่ได้ แต่เวลาที่เสียไปอาจทำให้สถานการณ์อันตรายขึ้น

อย่าใช้ลิฟต์ ให้ใช้บันไดหนีไฟตามแผนที่กำหนด

อย่าแยกตัวจากจุดรวมพล จนกว่าจะตรวจนับเรียบร้อย

อย่ากลับเข้าอาคารเอง แม้จะคิดว่าสถานการณ์สงบแล้วก็ตาม

ซ้อมแล้วต้องประเมินผล ไม่ใช่จบแค่ทุกคนเดินออกมาครบ

หลังจากซ้อมอพยพเสร็จ สิ่งที่องค์กรควรทำต่อคือการสรุปผล

ลองถามคำถามเหล่านี้ดู

ใช้เวลาตั้งแต่สัญญาณเตือนดังจนทุกคนถึงจุดรวมพลกี่นาที?

มีพื้นที่ไหนที่พนักงานไม่ได้ยินสัญญาณหรือไม่?

มีคนใช้เส้นทางผิดหรือไม่?

ทางหนีไฟมีสิ่งกีดขวางหรือไม่?

ประตูฉุกเฉินเปิดใช้งานได้จริงหรือไม่?

ตรวจนับคนได้เร็วแค่ไหน?

มีผู้มาติดต่อหรือผู้รับเหมาที่ไม่มีใครตรวจสอบหรือไม่?

ทีมอพยพและหัวหน้างานสื่อสารกันได้ดีหรือไม่?

จากนั้นควรบันทึกสิ่งที่พบและกำหนดผู้รับผิดชอบแก้ไขให้ชัดเจน เพื่อให้การซ้อมครั้งต่อไปดีขึ้นกว่าเดิม

เพราะการซ้อมอพยพหนีไฟที่ดีไม่ควรเป็นเพียงกิจกรรมที่ทำซ้ำเหมือนเดิมทุกปี แต่ควรเป็นกระบวนการเรียนรู้และปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ซ้อมให้เหมือนจริง แต่ต้องควบคุมความเสี่ยง

การซ้อมที่ดีควรมีสถานการณ์ให้ผู้เข้าร่วมได้คิดและตัดสินใจ เช่น ปิดเส้นทางหนีไฟบางเส้นสมมติว่ามีควัน หรือกำหนดให้มีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม การจำลองสถานการณ์ต้องไม่สร้างอันตรายจริง ไม่ควรใช้ควันที่อาจกระทบสุขภาพโดยไม่มีการประเมินความเสี่ยง และไม่ควรสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่แจ้งผู้เกี่ยวข้องที่จำเป็น

เป้าหมายของการซ้อมคือทำให้คนพร้อมขึ้น ไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยงใหม่เข้าไปในสถานที่ทำงาน

สรุป

การซ้อมอพยพหนีไฟเป็นมากกว่าการเดินตามกันออกจากอาคาร แต่เป็นการทดสอบว่าทั้งคน ระบบแจ้งเหตุ เส้นทางหนีไฟ การสื่อสาร จุดรวมพล และการตรวจนับคนสามารถทำงานร่วมกันได้จริงหรือไม่

สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรจำคือ เมื่อได้ยินสัญญาณให้ตั้งสติ ใช้เส้นทางหนีไฟ ไม่ใช้ลิฟต์ ไม่ย้อนกลับไปเก็บของ ไปยังจุดรวมพล ตรวจนับคน และไม่กลับเข้าอาคารจนกว่าจะได้รับอนุญาต

เราไม่มีทางรู้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เราสามารถเตรียมตัวให้พร้อมได้ตั้งแต่วันนี้

FAQ

1. ซ้อมอพยพหนีไฟต้องใช้เส้นทางเดียวกับที่ใช้เดินเข้าออกอาคารทุกวันหรือไม่?
ไม่จำเป็น ควรใช้เส้นทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉินตามแผนของอาคาร โดยพนักงานควรรู้เส้นทางสำรองด้วย เพราะเมื่อเกิดเหตุจริง เส้นทางที่คุ้นเคยอาจมีไฟ ควัน หรือไม่สามารถใช้งานได้

2. ถ้าได้ยิน Fire Alarm แต่ยังไม่เห็นไฟหรือควัน ต้องอพยพหรือไม่?
ควรปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินและคำสั่งของผู้รับผิดชอบ อย่าตัดสินจากการที่ตัวเองยังไม่เห็นไฟ เพราะต้นเหตุอาจเกิดขึ้นในอีกชั้นหรืออีกพื้นที่หนึ่งของอาคาร การรอจนเห็นควันเองอาจทำให้เสียเวลาที่สำคัญ

3. ถึงจุดรวมพลแล้วสามารถกลับเข้าไปเอาโทรศัพท์หรือของสำคัญได้ไหม?
ไม่ควรกลับเข้าอาคารเองโดยเด็ดขาด ควรรอจนกว่าผู้รับผิดชอบหรือเจ้าหน้าที่จะยืนยันว่าพื้นที่ปลอดภัยและอนุญาตให้กลับเข้าได้ ทรัพย์สินไม่ควรมีความสำคัญมากกว่าความปลอดภัยของชีวิต